The Legend Of The Impossibles
ประวัติ
2509
ดิ อิมพอสซิเบิ้ลส์เริ่มก่อตั้งวงครั้งแรก ซึ่งใช้ชื่อวงว่า Holiday J3 และเปลี่ยนมาเป็น The Impossibles ในปี 2511 ซึ่งตอนนั้นมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน คือ เศรษฐา ศิระฉายา (ร้องนำ) , วินัย พันธุรักษ์(กีตาร์), อนุสรณ์ พัฒนกุล(กลอง), สุเมธ แมนสรวง (ออร์แกน) และ พิชัย ทองเนียม (เบสส์)
2512-2515
- ปี 2512 ดิ อิมพอสซิเบิ้ลได้รับรางวัลชนะะเลิศถ้วยพระราชทานจากการประกวดวง ดนตรีสตริงคอมโบ้ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประเภทวงดนตรีอาชีพ เป็นครั้งแรก หลังการประกวด สุเมธ แมนสรวง ได้ลาออก และสิทธิพร อมรพันธุ์ได้เข้ามาร่วมวงในตำแหน่ง มือกีตาร์
- ปี 2513 ปราจีน ทรงเผ่าได้เข้าร่วมวง แและดิ อิมพอสซิเบิ้ล ได้เข้าประกวดวงดนตรีสตริงคอมโบ้อีกครั้ง ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นปีที่ 2
- ปี 2514 การจัดประกวดงดไป 1 ปี เนื่องจากกความไม่แน่นอนทางสถานการณ์ทางการเมือง
- ปี 2515 การประกวดฯ จัดขึ้นอีกครั้ง และในครั้งนี้ ดิ อิมพอสซิเบิ้ลได้เข้าร่วมประกวดและคว้ารางวัลชนะเลิศเป็นปีที่ 3 โดย เศรษฐา ศิรระฉายา ร้องนำ, วินัย พันธุรักษ์ แซ็กโซโฟน/กีตาร์, สิทธิพร อมรพันธ์ กีตาร์, อนุสรณ์ พัฒนกุล กลอง, พิชัย ทองเนียม เบสส์ , ปราจีน ทรงเผ่า คีย์บอร์ด,ทรอมโบน และได้มีการดึงตัว ยงยุทธ มีแสง มาเข้าร่วมประกวดด้วยในตำแหน่งทรัมเป็ท
- ในช่วงปี 2512 - 2515 นี้ นอกจาก ดิ อิมพออสซิเบิ้ลได้ เข้าประกวดวงดนตรีสตริง คอมโบ้ ชิงถ้วยพระราชทานและได้รับรางวัลติดต่อกัน 3 ปีซ้อนแล้ว ยังมีผลงาน เพลงไทยประกอบในภาพยนตร์เรื่อง โทน และอีกหลายเรื่อง เช่น ดวง,หนึ่งนุช, จันทร์เพ็ญ,ระเริงชล,เจ้าลอย,ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน,สวนสน,ค่าของคน,ไอ้ริด เป็นต้น และได้ออกอัลบั้มชุด "เป็นไปไม่ได้" และได้เดินทางไปเปิดการแสดงในทุก เมืองใหญ่ทั่วเมืองไทย ในยุคนั้นถือว่า The Impossibles คือวงดนตรีวงแรกที่สร้าง ความรู้สึกเป็นสากลและทำให้วัยรุ่นสมัยนั้นหันมาฟังเพลงไทยในแนวสตริงคอมโบ้
- ปลายปี 2515 The Impossibles ได้เดินทางไปเล่นดนตรีที่ฮาวาย
2516
- ในระหว่างเล่นดนตรีที่ฮาวาย พิชัย ทองเนียม มือเบส ได้ลาออก และมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา คือ เรวัต พุทธินันท์ ในตำแหน่ง ร้องนำ และคีย์บอร์ด โดยที่เศรษฐา ศิระฉายา รับหน้าที่เล่นเบสแทน
- หลังจากหมดสัญญาที่ฮาวาย และกลับสู่ประเทศไทย ดิ อิมพอสซิเบิ้ล ได้มีการ เปลี่ยนแปลงสมาชิกในวงอีกครั้ง คือ สมชาย กฤษณะเศรณี เข้ามาเสริมในตำแหน่ง มือเบส และได้รับปรีดิ์เทพ มาลากุล ณ อยุธยา เข้ามาประจำในตำแหน่งกลอง ในขณะ ที่อนุสรณ์ พัฒนกุล ได้แยกตัวออกไป
2517 -2518
- ปลายปี 2517 The Impossibles เดินทางไปเล่นดนตรีที่ยุโรปเป็นครั้งแรก
- เดินทางกลับเมืองไทย สมชาย กฤษณะเศรณี ลาาออกจากวง และไพฑูรย์ วาทะยากร มือเบสคนใหม่ ได้เข้าร่วมวง
- The Impossibles เดินทางไปเล่นดนตรีที่ยุโรปเป็นครั้งที่สอง และออกอัลบั้มเพลงสากลชื่อ Hot Pepper เป็นครั้งแรกในต่างแดน
2519
เดินทางกลับเมืองไทย ต่อจากนั้นได้เดินทางไปเล่นดนตรีที่ไต้หวันเป็นการเล่นดนตรี ครั้งสุดท้ายในต่างแดน เพราะในช่วงเวลานั้นวงดิ อิมพอสซิเบิ้ล เริ่มถึงจุดอิ่มตัว
2520
The Impossibles ตัดสินใจยุบวง
2535
สมาชิกวง ดิ อิมพอสซิเบิ้ลในยุค 2512-2515 ประกอบด้วย เศรษฐา, วินัย, พิชัย อนุสรณ์, สิทธิพร และปราจีน กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อออกอัลบั้ม "กลับมาแล้ว"
2544
พวกเขาได้กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งเพื่อให้ชื่อของวง "The Impossibles" เป็นความทรงจำและเป็นตำนานทางดนตรีที่เล่าขานสืบไป
ผลงาน
ดิ อิมฯ มีงานเพลงที่ได้บันทึกเสียงไว้ไม่มากนัก ในช่วงปี 2511 ถึง 2515 เทปคาสเสทท์ยังไม่มี ฉะนั้นผลงานส่วนใหญ่จึงออกมาในรูปของแผ่นเสียงทั้งแบบลองเพลย์ สปีด 33 และ แผ่นเล็ก สปีด 45 บางเพลงซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ผู้สร้างมิได้นำมารวบรวมเป็นแผ่น ก็ตกหล่นหายไป เพลงทั้งหมดที่ทำการบันทึกไว้ (ทั้งร้อง และบรรเลง) มีทั้งหมด 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
อัลบั้มลองเพลย์ สปีด 33
(ไม่ใช่เพลงประกอบภาพยนตร์) มี 2 อัลบั้ม ได้แก่
1.1 ชุด เป็นไปไม่ได้ โดย พยงค์ มุกดา เป็นผู้จัดทำ บันทึกเสียงในช่วงเดือน เมษายน 2515 ก่อนเดินทางไปฮาวาย มีทั้งหมด 11 เพลง คือ
- เป็นไปไม่ได้
- ชาวดง
- ไหนว่าจะจำ
- คอยน้อง
- ขาดเธอขาดใจ
- สกุณา
- วนาสวรรค์
- ชั่วนิจนิรันดร
- ทะเลเปี่ยมรัก
- เพลงรักทะเลใต้
- นกขมิ้น
(ห้องบันทึกเสียง กมล สุโกศล)
1.2 ชุด หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม โดย ประดิษฐ์ อุดตะมัง เป็นผู้จัดทำ บันทึกเสียงช่วงกลับมา จากฮาวายแล้ว ในเดือนพฤศจิกายน 2516 มีทั้งหมด 12 เพลง คือ
- ห้วงใจรัก
- บุหงาลาก่อน
- หากรักเป็นเช่นทะเล
- สู้อ้อมอกดิน
- ระเริงโซล
- พี่เองก็เท่านี้
- หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม
- จูบจันทร์
- อย่ากวนใจทะเล
- คำสุดท้าย
- สิชล
- ว้าเหว่
(ห้องบันทึกเสียง กมล สุโกศล)
แผ่นเล็ก สปีด 45
อัลบั้มที่จัดทำโดย ครูวิมล จงวิไล มี 4 เพลง ได้แก่
- ทัศนาจร
- หาดบ้านเพ
- เรือเพลง
- ลาวดวงเดือน
(ห้องบันทึกเสียง คิงส์ซาวน์ด ธันวาคม 2516)
อัลบั้มที่จัดทำโดย ปรีชาพล บุนนาค
ขับร้องโดย สุดา ชื่นบาน และฉันทนา กิตติยพันธ์
คำร้อง และทำนอง โดย ร้อยแก้ว รักไทย ประสิทธ์ พยอมยงค์
รวม 12 เพลง ในปี 2517
เพลงประกอบภาพยนตร์
มีทั้งหมดประมาณ 40 กว่าเพลง ตามรายละเอียดเท่าที่บันทึกไว้
1. เริงรถไฟ (รัก รักพงษ์) 2512 ภาพยนตร์ เรื่อง โทน
2. ปิดเทอม (ปราจีน ทรงเผ่า) 2512 ภาพยนตร์ เรื่อง โทน
3. ชื่นรัก (รัก รักพงษ์, ปราจีน ทรงเผ่า) 2513 ภาพยนตร์ เรื่อง โทน
4. รักกันหนอ (สมโภชน์ ล้ำพงษ์) 2513 ภาพยนตร์ เรื่อง รักกันหนอ
5. เจ้าพระยา (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์ เรื่อง หนึ่งนุช
6. ลำนำรัก (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช
7. เริงสายชล (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช
8. ล่องวารี (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช
9. เริงทะเล (ประดิษฐ์ อุดตะมัง) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง ชื่นชีวาฮาวาย
10.ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน (สุรพล โทณวณิก) 2514
ภาพยนตร์เรื่อง ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน
11.ไปตามดวง (สุรพล โทณวณิก) 2514 ภาพยนตร์ เรื่อง ดวง
12. หนาวเนื้อ (สุรพล โทณวณิก) 2514 ภาพยนตร์ เรื่อง ดวง
13. ผม (ประสิทธิ์ พยอมยงค์ PIAG) ภาพยนตร์ เรื่อง ดวง
14. โลกของเรา (สมโภชน์ ล้ำพงษ์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง สะใภ้หัวนอก
15. น้ำผึ้งพระจันทร์ (เนรัญชลา) 2514 ภาพยนตร์ เรื่อง น้ำผึ้งพระจันทร์ (ชรินทร์ ขับร้อง)
16. ใจหนุ่ม ใจสาว (เนรัญชลา) 2515 ภาพยนตร์ เรื่อง น้ำผึ้งพระจันทร์
17. มันไหมล่ะ (สุรพล โทณวณิก THEM CHANGE) 2514 ภาพยนตร์ เรื่อง สายชล
18. จันทร์เพ็ญ (ทวีสุข ทองถาวร ปราจีณ ทรงเผ่า) 2514 ภาพยนตร์ เรื่อง จันทร์เพ็ญ
19. ดี,สี,ตี,เป่า (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ
20. ความหวัง (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ
21. หาดสีทอง (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ
22. สายใยชีวิต (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ
23. ระเริงชล (ประสิทธิ์ พยอมยงค์ , สุรพล โทณวณิก) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล
24. จูบฟ้า ลาดิน (ประสิทธิ์ พยอมยงค์, สุรพล โทณวณิก) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล
25. มิสเตอร์ สโลลี่ (สุรพล โทณวณิก / สากล) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล
26. ข้าวเปลือก (ประสิทธิ์ พยอมยงค์, สุรพล โทณวณิก) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล
(นงลักษณ์ โรจนพรรณ ขับร้อง)
27. ค่าของคน (สุรพล โทณะวณิก) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน
28. ค่าของรัก (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน
29. ค่าของเงิน (สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน
30. รอรัก (สุรพล โทณวณิก) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง เจ้าลอย
31. หนึ่งในดวงใจ (สุรพล โทณวณิก / สากล) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง เจ้าลอย
32. เดอะ ทีนเอจ (ชาลี อินทรวิจิตร / สากล) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง สวนสน
33. ทะเลไม่เคยหลับ (ชาลี อินทรวิจิตร, สง่า อารัมภีร์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง สวนสน
34. ครองจักรวาล (ประสิทธิ์ พยอมยงค์ , อาจินต์ ปัญจพรรค์) 2514 ภาพยนตร์เรื่อง สวนสน
35. โลกมายา (ไพบูลย์ บุตรขัน) 2515 ภาพยนตร์เรื่อง ลานสาวกอด
36. โอ้รัก (ประสิทธิ์ พยอมยงค์, สุรพล โทณวณิก) 2515 ภาพยนตร์ เรื่อง โอ้รัก
37. หัวใจเหิร (ประสิทธิ์ พยอมยงค์, สุรพล โทณวณิก) 2515 ภาพยนตร์เรื่อง สองสิงห์ สองแผ่นดิน
38. ยอดดวงมาน (สง่า อารัมภีร์ / สากล) 2515 ภาพยนตร์เรื่อง ภูกระดึง
(บันทึกวันที่ 7 สิงหาคม 2515 เป็นเพลงสุดท้ายก่อนเดินทางไปฮาวาย)
39. ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ 2516 ภาพยนตร์ ไม่มีคำตอบจากสวรรค์
(บันทึกเป็นเพลงแรกหลังจากกลับจากฮาวาย)
40. ทอง (ประสิทธิ์ พยอมยงค์, สุรพล โทณวณิก) 2516 ภาพยนตร์เรื่อง ทอง
41. ข้าวนอกนา (ประสิทธิ์ พยอมยงค์, ร้อยแก้ว รักไทย) 2518 ภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา
42. ชีวิตคนดำ (ประสิทธิ์ พยอมยงค์, ร้อยแก้ว รักไทย) 2518 ภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา
43. เกลียดคนสวย (ประสิทธิ์ พยอมยงค์, ร้อยแก้ว รักไทย) 2518 ภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา
(ทั้ง 3 เพลง 41,42 และ 43 ขับร้องโดย ฉันทนา กิตติยพันธ์)
44. ตัดเหลี่ยมเพชร (สุรพล โทณวณิก) 2518 ภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร
45. แล้วเธอจะรู้ (สุรพล โทณวณิก) 2518 ภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร
46. ราตรีที่แสนเหงา (สุรพล โทณวณิก) 2518 ภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร
47. THE GREAT FRIDAY (บรรเลง) 2518 ภาพยนร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร
48. ดับสุริยา 2519 ภาพยนตร์เรื่อง ดับสุริยา
49. คมกุหลาบ (ชาลี อินทรวิจิตร, วิชัย อึ้งอัมพร) 2519 ภาพยนตร์เรื่อง คมกุหลาบ
* (ข้อมูลที่ขาดหายไป อาจค้นคว้าได้จากหอภาพยนตร์แห่งชาติ) *
ปี 2517 บริษัทศรีกรุงภาพยนตร์ได้จัดสร้างภาพยนตร์เรื่อง "เป็นไป ไม่ได้" โดยมี
"รงค์ วงศ์สวรรค์" เป็นผู้เขียนเรื่อง และบทภาพยนตร์ มีเพลงประกอบที่ สำคัญ คือเพลง เป็นไปไม่ได้, กังวลทะเล, ผมเป็นโคบาลไทย และเพลง กุลา ผลงานของ สุรชัย จันทิมาธร แต่งานสร้างสร้างประสบความล้มเหลว ไม่สามารถสร้างให้จบได้ เพลงต่าง ๆ ที่บันทึกไว้จึงสูญหายไปด้วย
ปี 2535 ดิอิมฯ ได้กลับมารวมกันโดยเฉพาะสมาชิกของวง 6 คน ในยุค 2512 - 2515 ประกอบด้วย เศรษฐา, วินัย, พิชัย, อนุสรณ์, สิทธิพร และปราจีน โดยได้นำเพลง เก่าที่เคยได้รับความนิยม กลับมาบันทึกใหม่ ทั้งหมด 2 ชุด 24 เพลง ทั้งนี้เป็นเพลงใหม่ที่ ไม่เคยบันทึกเสียงมาก่อน 3 เพลง คือ เพลง กลับมาแล้ว, ศึกษาวิชารัก และเพลงเขาใหญ่ รวมกับอีก 2 เพลง ที่เคยมีผู้บันทึกมาก่อน คือ เพลง ใจประสานใจ กับเพลง แด่น้อง (แต่ง ให้เด็กพิการ) ทั้ง 2 ชุด นิธิทัศน์ โปรโมชั่น เป็นผู้จัดทำ แม้ว่าจะไม่ได้รับความสำเร็จมาก มายอย่างที่หวัง แต่อย่างน้อย ก็ทำให้เพื่อนเก่าบางคน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม สมดังเจตนารมย์ที่ทุกคนตั้งใจไว้
ปราจีน ทรงเผ่า ผู้บันทึก 11 ก.ค. 2541
วันอังคาร, กรกฎาคม 28, 2552
The Legend Of The Impossibles
เขียนโดย
prakan
ที่
18:34
0
ความคิดเห็น
ตำนาน ดิอิมพอสซิเบิ้ล
ประวัติพอสังเขป ดิอิมพอสซิเบิ้ล
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดิอิมพอสซิเบิ้ล หรือชื่อเรียกสั้นๆ ว่า ดิอิม เป็นวงดนตรีสตริงคอมโบวงแรกๆ ของไทย ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 มีสมาชิกรุ่นแรกประกอบด้วย วินัย พันธุรักษ์, อนุสรณ์ พัฒนกุล, สุเมธ แมนสรวง และพิชัย ทองเนียม และได้นักร้องนำคือ เศรษฐา ศิระฉายา ใช้ชื่อวงว่า Holiday J-3 ต่อมาเปลี่ยนเป็น จอยท์ รีแอ็กชั่น เล่นดนตรีเพลงสากลที่มีชื่อเสียง เช่น เพลงของคลิฟ ริชาร์ด เอลวิส เพรสลีย์ บางเพลงนำทำนองเพลงต่างประเทศที่เป็นที่นิยม มาแต่งเนื้อร้องเป็นภาษาไทย เช่นเดียวกับวงอื่นๆ ในยุคเดียวกัน เช่น ซิลเวอร์แซนด์ รอยัล สไปรท์ส เล่นดนตรีตามไนท์คลับต่างๆ
วงจอยท์ รีแอ็กชั่น เข้าร่วมการประกวดวงสตริงคอมโบ จัดโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ปีติดต่อกัน [1] ในปี(2512,2513,2515) วงจอยท์ รีแอ็กชั่น เปลี่ยนชื่อเป็น ดิอิมพอสซิเบิ้ล (The Impossibles) ชื่อนี้ตั้งโดยเศรษฐา ตามชื่อภาพยนตร์การ์ตูนทางโทรทัศน์ จากสหรัฐอเมริกา คือเรื่อง The Impossibles (1966) [2][3]
ช่วงหลังจากชนะเลิศในปีแรก ความนิยมได้พุ่งสูงอย่างมากมาย วงดิอิม ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมแสดงและบรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องโทน (เพลงเริงรถไฟ ชื่นรัก ปิดเทอม) ของผู้กำกับเปี๊ยก โปสเตอร์ ทำให้ดิอิมได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น ในขณะเดียวกันก็เกิดความเปลี่ยนแปลง สุเมธ แมนสรวง ได้ลาออกไป และได้สิทธิพร อมรพันธุ์ จากวงฟลาวเวอร์กับ ปราจีน ทรงเผ่า จากวงเวชสวรรค์ ได้เข้าร่วมวงแทน ระยะเวลานั้นดิอิม เล่นประจำอยู่ที่ศูนย์การค้าเพลินจิต แห่งเดียว ส่วนการแสดงตามโรงภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ไทย หรือการแสดงในรอบเช้า 6.00 นาฬิกา ร่วมกับการฉายภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่นิยมมากในยุคนั้น (ภาพยนตร์ไทยเรื่อง เก๋า..เก๋า พ.ศ. 2549 ได้นำเสนอบรรยากาศของเรื่องการแสดงรอบเช้าของดิอิมด้วย ถึงจะไม่เหมือนไปทุกอย่าง แต่ก็ทำได้ใกล้เคียงและทำให้เห็นบรรยากาศในยุคนั้นได้ดีทีเดียว) ได้รวมถึงการแสดงตามเวทีลีลาศทั้งที่สวนลุมพินี สวนอัมพร ซึ่งมีขึ้นประจำทุกวันศุกร์หรือเสาร์ ช่วงปี 2511-2515 กลายเป็นปีทองของวงดิอิมอย่างแท้จริงราวปี พ.ศ. 2516-2518
ดิอิมพอสซิเบิ้ล มีชื่อเสียง และได้ทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก ผลงานแผ่นเสียงขายดีที่สุดในยุคนั้น ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในกลางปี 2515 ดิอิมพอสซิเบิ้ล ได้รับทาบทามให้ไปทำการแสดงที่มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกาใน ครั้งนี้ได้เพิ่มยงยุทธ มีแสง ทรัมเป๊ตจากวงวิชัย อึ้งอัมพร ร่วมวงไปด้วย ตลอดเวลา 1 ปีใน ฮาวาย ดิอิมพอสสิเบิลส์ได้รับความนิยมและความสำเร็จมากมาย เป็นวงดนตรีแรกที่ทำสถิติยอดขายต่อคืนสูงสุดตั้งแต่เปิดทำการของคลับที่ แสดงอยู่ชื่อ ฮาวายเอี้ยนฮัท โรงแรมอลาโมอานา (ที่มีศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้นตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน) ดิอิมซ้อมนักมาก พิชัย ทองเนียม มือเบส ขอลาออก เศรษฐาต้องไปเล่นเบส ทำให้ไม่สะดวกในการร้องนำ จึงทำให้เกิดความคิดที่จะเรียกเรวัติ พุทธินันท์(เต๋อ) นักร้องนำวงเดอะแธ้งค์ ซึ่งเคยเล่นสลับที่อิมพอสสิเบิลส์คาเฟ่มาเป็นนักร้องนำแทนเศรษฐา ช่วงที่เต๋อเข้ามาได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของการบรรเลง โดยได้เน้นเพลงที่มีเครื่องเป่ามากขึ้น และเป็นเพลงที่เหมาะกับการเต้น เช่นเพลงของวง Tower of Power เป็นต้น ขณะที่แสดงที่นั้นได้มีนักร้องศิลปินดัง ๆ ของโลกมาเปิดการแสดงที่ฮาวาย ทำให้วงดิอิม ได้ใช้ประสบการณ์ในการเข้าชมศิลปินดัง ๆ เหล่านี้มาปรับปรุงการแสดงของวงให้พัฒนาขึ้นตลอดเวลา
ดิอิมหมดสัญญาที่ฮาวายในเดือนสิงหาคม 2516 และได้เดินทางกลับเมืองไทยพร้อมกับผู้จัดการวงใหม่ ชื่อจรัล นันทสุนานนท์(ปัจจุบัน ดร.พุทธจรัล) เพื่อให้มีการจัดการวงในรูปแบบสากลอย่างมีระบบ ต้นเดือนพฤศจิกายน 2516 หลังเหตุการณ์วันมหาวิปโยค ดิอิม ได้เข้าทำการแสดง ณ เดอะเดนไนท์คลับ โรงแรมอินทรา ประตูน้ำเป็นเวลา 6 เดือน และที่เดอะเดนนี้เอง ดิอิม ได้สร้างระบบใหม่ในการเข้าชมของวง โดยมีการเก็บค่าชม ก่อนการเข้าไปในคลับ ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของเมืองไทยและวงดนตรีไทย ในช่วงนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง ได้สมชาย กฤษณเศรณี(ปึ๊ด) มาเล่นเบสแทนเศรษฐา และปรีด์เทพ มาลากุล ณ อยุธยา(เปี๊ยก)มาเล่นกลองแทนอนุสรณ์ พัฒนกุล ได้ให้เรวัติเป็นนักร้องนำและเล่นออร์แกน เศรษฐาได้กลับไปเป็นนักร้องนำตามเดิม
การเดินทางเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังหมดสัญญาที่เดอะเดน วงดิอิมได้รับการติดต่อไปแสดงในประเทศแถบสแกนดิเนียเวีย เริ่มจากสวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ตั้งแต่เดือน มิถุนายนถึงธันวาคม 2517 จากนั้นกลับเมืองไทย และเปลี่ยนมือเบส ไพฑูรย์ วาทยะกร เข้ามาแทนสมชาย เดือนมิถุนายน ไปยุโรปอีกครั้ง เริ่มที่สวีเดน ฟินแลนด์ ข้ามไปสวิตเซอร์แลนด์ กลับมาสวีเดนอีกและไปจบที่สวิสในเดือนกุมภาพันธ์ 2519 กลับเมืองไทย เล่นที่โรงแรมมณเฑียรเหมือนเดิม
ในปี 2518 ระหว่างการกลับไปตระเวณแสดงในยุโรปครั้งที่ 2 ดิอิมพอสสิเบิ้ล ได้ทำการบันทึกเสียงเพลงสากลเป็นครั้งแรกของวง ในชื่ออัลบั้ม Hot pepper
หลังจากนี้ได้ว่าเกือบเป็นปลายยุคของวง ได้มีการประชุมตกลกที่จะยุบวง หลังจากวงมีอายุรวมกันมาถึง 9 ปี มีการแถลงข่าวยุบวงอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนช่วงเดือนเมษายน 2519 หลังจากนั้นได้เดินทางไปเล่นที่โรงแรมมาเจสติค กรุงไทเป ไต้หวัน โดยทำสัญญาเดือนต่อเดือน พอเริ่มทำงานหมดเดือนแรก เรวัติออกไปก่อน และได้เดินทางไปทำงานที่สวีเดน 3 เดือน ในไต้หวันทำงานค่อนข้างหนัก เพราะต้องแสดงทั้งกลางวันและกลางคืน (1 มิถุนายน-4 กันยายน 2519) หลังกลับเมืองไทยดิอิมได้แสดงในช่วงสุดท้ายที่คลับโรงแรมแมนฮัตตัน ทอปเปอร์คลับ ตึกนายเลิศ และที่เดอะฟ๊อกซ์ ชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเพลินจิต โดยทำการแสดงคืนละ 3 แห่ง ในราวเดือนตุลาคม 2519 ก็ได้หยุดทำการแสดงอย่างเป็นการถาวรในนาม ดิอิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตำนานของวงดนตรีสากลแบบสตริงคอมโบ วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นของประเทศไทย
* 1 สรุปผลงาน
o 1.1 อัลบั้มทางการ
o 1.2 ผลงานการแสดงดนตรี
+ 1.2.1 ช่วงปี 2509-2512(ยุคเริ่มต้น)
+ 1.2.2 ช่วงปี 2512-2517(หลังชนะการประกวดสตริงคอมโบชิงถ้วยพระราชทานปีแรก)
+ 1.2.3 ช่วงปี 2517(ทัวร์ยุโรปครั้งแรก 1974)
+ 1.2.4 ช่วงปี 2518-2519(ทัวร์ยุโรปครั้งแรก 1975-1976)
o 1.3 เพลงประกอบภาพยนตร์
o 1.4 เพลงที่มีชื่อเสียง
* 2 อ้างอิง
* 3 แหล่งข้อมูลอื่น
สรุปผลงาน
อัลบั้มทางการ
* เป็นไปไม่ได้ (2515)
* หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม (2516)
* Hot pepper(2519)
* กลับมาแล้ว (2535)
ผลงานการแสดงดนตรี
(จากการบันทึกของสมาชิกวงพิชัย ทองเนียม และปราจีน ทรงเผ่า หนังสือ รวมบทเพลง The Impossibles)
ช่วงปี 2509-2512(ยุคเริ่มต้น)
* Holiday Carden ถนนเพชรบุรีตัดใหม่(ชื่อวง Holiday J-3)
* Wachington Bar ถนนเพชรบุรีตัดใหม่(ชื่อวง Joint Reaction)
* Progress Bar ถนนเพชรบุรีตัดใหม่(ชื่อวง The Impossibles)
* Las Vegas Bar ถนนเพชรบุรีตัดใหม่(ชื่อวง The Impossibles)
ช่วงปี 2512-2517(หลังชนะการประกวดสตริงคอมโบชิงถ้วยพระราชทานปีแรก)
* The Fire Cracker Club โรงแรม First ประตูน้ำ
* The impossibles Cafe ศูนย์การค้าประตูน้ำ ปทุมวัน
* ศาลาแดง ฮอลล์ ตรงข้างสวนลุมพินี (สลับกับวงวิชัย อิ้งอัมพร)
* Hawaiian Hut Ala Moana Hotel Honolulu Hawai U.S.A. - การแสดงต่างประเทศครั้งแรก
* The Den โรงแรมอินทรา ประตูน้ำ กรุงเทพฯ
ช่วงปี 2517(ทัวร์ยุโรปครั้งแรก 1974)
* Europa Hotel - Gothenberg Sweden
* Norkipping - Sweden
* Monday Club - Stockholm Sweden
* Hesperia Hotel - Helsinki Finland
* Rainbow Club - Oslo Norway
* Noimalman - Stockholm Sweden
* Borsen Club - Stockholm Sweden
* Sunswall - Sweden
* Grand Central Hotel - Javle Sweden
* Hotel Jonkoping -Sweden
* New Yaki Club - Gothenberg Sweden
* แอน แอน ครับ - โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ (กลับเมืองไทยชั่วคราว)
ช่วงปี 2518-2519(ทัวร์ยุโรปครั้งแรก 1975-1976)
* Tragarn Restaurant - Gothenberg Sweden
* Hesperia Hotel - Helsinki Finland
* Malibu Club Basle - Swiszerland
* New Yaki Club - Gothenberg Sweden
* Grinderwald - Switzerland
* Mascot Club Zurich - Switzerland
* Babalu Club Bern - Switzerland
* แอน แอน คลับ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ (กลับเมืองไทย 2519|1976)
* ประกาศยุบวงในเดือนเมษายน 2519 ขณะเล่นที่ แอน แอน คลับ
* หลังประกาศยุบวงยังได้กลับมาวงตัวไปแสดงที่ ไต้หวัน ช่วง 1 มิถุนายน - 4 กันยายน 2519 Majestic Club Majestic Hotel - Taipei Taiwan
* ตุลาคม 2519 กลับเมืองไทย เล่นส่งท้าย (ประมาณ 14 วัน) คืนละ 3 แห่ง ที่ แมนฮัตตัน คลับ สุขุมวิท, ทอปเปอร์คลับ ตึกนายเลิศ, เดอะ ฟอกซ์ ศูนยการค้าเพลินจิต
เพลงประกอบภาพยนตร์
* เริงรถไฟ-จากภาพยนตร์เรื่อง โทน (2512)
* ปิดเทอม-จากภาพยนตร์เรื่อง โทน (2512)
* ชื่อรัก-จากภาพยนตร์เรื่อง โทน (2512)
* รักกันหนอ-จากภาพยนตร์เรื่อง รักกันหนอ (2513)
* เจ้าพระยา-จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (2514)
* ลำนำรัก-จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (2514)
* เริงสายชล-จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (2514)
* ล่องวารี-จากภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (2514)
* เริงทะเล-จากภาพยนตร์เรื่อง ชื่นชีวาฮาวาย (2514)
* ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน-จากภาพยนตร์เรื่อง ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน (2514)
* ไปตามดวง-จากภาพยนตร์เรื่อง ดวง (2514)
* หนาวเนื้อ-จากภาพยนตร์เรื่อง ดวง (2514)
* ผม-จากภาพยนตร์เรื่อง ดวง (2514)
* โลกของเรา-จากภาพยนตร์เรื่อง สะใภ้หัวนอก (2514)
* น้ำผึ้งพระจันทร์(ร้องโดยชรินทร์ นันทนาคร)-จากภาพยนตร์เรื่อง น้ำผึ้งพระจันทร์ (2514)
* ใจหนุ่มใจสาว-จากภาพยนตร์เรื่อง น้ำผึ้งพระจันทร์ (2514)
* มันไหนล่ะ-จากภาพยนตร์เรื่อง สายชล (2514)
* จันทร์เพ็ญ-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
* ดีด สี ตี เป่า-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
* ความหวัง-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
* หาดสีทอง-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
* สายใยชีวิต-จากภาพยนตร์เรื่อง จันทร์เพ็ญ (2514)
* ระเริงชล-จากภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล (2514)
* จูบฟ้า ลาดิน-จากภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล
* มิสเตอร์สโลลี่-จากภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล (2514)
* ข้าวเปลือก-จากภาพยนตร์เรื่อง ระเริงชล
* ค่าของคน-จากภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน (2514)
* ค่าของรัก-จากภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน (2514)
* ค่าของเงิน-จากภาพยนตร์เรื่อง ค่าของคน (2514)
* รอรัก-จากภาพยนตร์เรื่อง เจ้าลอย (2514)
* หนึ่งในดวงใจ-จากภาพยนตร์เรื่อง เจ้าลอย (2514)
* เดอะทีนเอจ-จากภาพยนตร์เรื่อง สวนสน (2514)
* ทะเลไม่เคยหลับ-จากภาพยนตร์เรื่อง สวนสน (2514)
* ครองจักรวาล-จากภาพยนตร์เรื่อง สวนสน (2514)
* โลกมายา-จากภาพยนตร์เรื่อง สาวกอด (2515)
* โอ้รัก-จากภาพยนตร์เรื่อง โอ้รัก (2515)
* หัวใจเหิร-จากภาพยนตร์เรื่อง สองสิงห์สองแผ่นดิน (2515)
* ยอดดวงมาลย์-จากภาพยนตร์เรื่อง ภูกระดึง (2515)
* ไม่มีคำตอบจากสวรรค์-จากภาพยนตร์เรื่อง ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ (2516)
* ทอง-จากภาพยนตร์เรื่อง ทอง (2516)
* ข้าวนอกนา-จากภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา (2518)
* ชีวิตคนดำ-จากภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา (2518)
* เกลียดคนสวย-จากภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา (2518)
* ตัดเหลี่ยมเพชร-จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
* แล้วเธอจะรู้-จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
* ราตรีที่แสนเหงา-จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
* The Great Friday(บรรเลง)-จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
* ดับสุริยา-จากภาพยนตร์เรื่อง ดับสุริยา (2519)
* คมกุหลาบ-จากภาพยนตร์เรื่อง คมกุหลาบ (2519)
* ในช่วงปี 2517 บริษัทศรีกรุงภาพยนตร์ ได้จัดสร้างภาพยนตร์เรื่องเป็นไปไม่ได้ โดยมีรงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นผู้เขียนเรื่องและบทภาพยนตร์ มีเพลงประกอบที่สำคัญคือ เพลงเป็นไปไม่ได้ กังวลทะเล ผมเป็นโคบาลไทย และเพลงกุลา(ผลงานของสุรชัย จันทิมาธร) แต่งานสร้างประสบความล้มเหลว ไม่สามารถสร้างให้จบได้
เพลงที่มีชื่อเสียง
* เป็นไปไม่ได้
* เริงทะเล
* ชื่นรัก
* ทะเลไม่เคยหลับ
* โอ้รัก
* ไหนว่าจะจำ
* คอยน้อง
* หนาวเนื้อ
* หนึ่งในดวงใจ
* จูบฟ้า ลาดิน
* ชั่วนิจนิรันดร
* ขาดเธอ ขาดใจ
* ทัศนาจร
* ชาวดง
* นกขมิ้น
* ข้าวนอกนา
* เกลียดคนสวย
* ชีวิตคนดำ
* ผมไม่วุ่น
ฯลฯ
เขียนโดย
prakan
ที่
18:25
0
ความคิดเห็น
วันจันทร์, กรกฎาคม 27, 2552
Shadow Music of Thailand [Vinyl]
Artist...............: Various Artists
Album................: Shadow Music of Thailand
Genre................: World
Source...............: LP
Year.................: 2008
Label................: Sublime Frequencies
Codec................: LAME 3.97
Version..............: MPEG 1 Layer III
Quality..............: Extreme, (avg. bitrate: 209kbps)
Channels.............: Joint Stereo / 44100 hz
Tags.................: ID3 v1.1, ID3 v2.3
Included.............: NFO
Various Artists - Shadow Music of Thailand (Vinyl)
A1 - The Son of PM - Luk Tunk Klong Yao
A2 - PM Pocket Music - Kack Toi Mor
A3 - The Son of PM - Koisun Ching
A4 - PM Pocket Music - Pama Rum Kwan
A5 - Johnny Guitar - Mon Du Dow
A6 - The Son of PM - Klong Yao
A7 - The Son of PM - Taloong Jun Loum
A8 - PM 7_Jupiter - Susie Wong
B1 - PM 7_Jupiter - Pone Tala Pone (Indian)
B2 - The Son of PM - Lhow Lenum
B3 - The Son of PM - Cho Cho Chan
B4 - PM 7_Jupiter - Sawan Bangkok
B5 - Johnny Guitar - Lao Kratob Mai
B6 - The Son of PM - Plaeng Yiepoun
B7 - The Son of PM - Lum Jao Praya
B8 - PM 7_Jupiter - Pone Tala Pone (Twee Sak)
B9 - Johnny Guitar - Bangkok by Night
อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มเก่าแก่ของไทยเราอัลบั้มหนึ่ง ที่รวมนักร้องในยุคนั้น
ไว้หลายท่าน เช่น The son of PM ของ ขบวน มุกดาพันธ์ หรือ อย่าง
PM 7 หรือ Johnny Guitar เป็นต้นที่เล่นเพลงบรรเลงแบบ ชาโดร์ ครับ
ขอบคุณครับ ที่ช่วยกันอนุรักษ์เพลงเก่า
เขียนโดย
prakan
ที่
22:10
0
ความคิดเห็น
ทักทายเพื่อนสมาชิก
จุดมุ่งหมายในการทำบล็อกของผมเพื่อเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่เพลงไทยที่ค่อน ข้างจะเก่าหน่อย ให้หมู่มวลสมาชิกได้ฟังกันเพื่อจะทำให้เพลงไทยรุ่นเก่าไม่ได้ลืมเลือนจากคน ไทยยุคใหม่ เพลงที่ผมนำมาเสนอจะเป็นเพลง CD ที่ผมมีเป็นบางส่วน และเพลงที่มวลหมู่สมาชิกที่มีแจกกันฟังในเน็ต มาลงให้ได้ฟังกันหลายประเภท เพลงสตริงค์ไทยยุคเก่าตั่งแต่ยุคเริ่มแรกของวงการเพลงที่เรียกขานกันว่า "สตริงค์"นำเสนอติดต่อกันมาจนถึงช่วงปี 2005 หลังจากนี้ผมจะไม่นำมาเผยแพร่ และเพลงช่วงหลังนี้ สมาชิกก็หาฟังได้จาก เว็บทั่วๆๆไปได้ เพลงที่นำมา จึงเป็นเพลงค่อนข้างเก่า และหาฟังกันได้ยาก ผมจึงขอนำเสนอให้แก่มวลหมู่สมาชิกได้รู้จัก ประวัติของวงดนตรีโดยย่อ พร้อมรูปประกอบเท่าที่จะหาได้ และอยากนำเสนอเนื้อร้อง พร้อมทั้งผู้ประพันธ์ คำร้อง และทำนอง ให้มวลหมู่สมาชิกได้รู้จัก กันมากยิ่งขึ้น....
เพลงที่นำมาลงในนี้มีหลาย Format มีตั่งแต่ Flac , Ape , Ogg , Mp3: ตั้งแต่ 128 - 320 kbps ครับ
เขียนโดย
prakan
ที่
20:34
0
ความคิดเห็น

